The Conversations cover

ขอบคุณผู้ให้กำเนิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’


เมื่อมีผู้ทวงถามถึงความโปร่งใสของการจัดหาวัคซีนโดยรัฐบาล ซึ่งมีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและได้รับสิทธิ์ผลิตวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โต้ว่า คนพูดไม่รู้จักสำนึกบุญคุณของผู้วางรากฐานการสาธารณสุขของประเทศ

จากคำกล่าวของรัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ทำให้คิดขึ้นว่าถ้าต้องสำนึกบุญคุณใครอย่างที่เขาว่าจริงๆ คนที่ประชาชนตาดำๆ อย่างเรานึกถึงก็คือบุคคลต่อไปนี้ ในฐานะผู้ให้กำเนิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ที่ทำให้ประชาชนคนรายได้น้อยไม่ต้องล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่ต้องขายที่ดินไร่นาไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล ช่วยให้คนยากจนมีโอกาสเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ ไม่ป่วยตายตามยถากรรม

นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ‘บิดาแห่งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ แพทย์ผู้เคยทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัด เห็นความทุกข์ยากของประชาชนมามาก จึงพยายามปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศไทย โดยนำเสนอเรื่อง ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ต่อรัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง

จนกระทั่งปลายปี 2542 นพ.สงวนได้นำเสนอต่อพรรคไทยรักไทย พรรคการเมืองที่เปิดตัวใหม่เพื่อเตรียมลงเลือกตั้งปี 2544 ไทยรักไทยจึงสนใจรับเอาไปทำในชื่อนโยบาย ‘30 บาทรักษาทุกโรค’

ตั้งแต่ที่คุณหมอสงวนเริ่มต้นเสนอแนวคิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ มีเสียงคัดค้าน มีความพยายามจะ ‘ล้ม’ ระบบฯที่ท่านผลักดันมาตลอด แต่คุณหมอก็อดทน พยายาม มุ่งมั่น ทุ่มเททำงานอย่างไม่ลดละ

แม้แต่ในวันที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย คุณหมอก็ยังทำงาน และเนื่องจากประสบการณ์ตรงในฐานะผู้ป่วยมะเร็ง ช่วงท้ายๆ ของชีวิตท่านจึงผลักดันให้มีการพัฒนาและขยายรูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เรียกว่า ‘โครงการมิตรภาพบำบัด’ ซึ่งเป็นที่มาของ การจัดตั้ง ‘มูลนิธิมิตรภาพบำบัด’ หรือ ‘กองทุนนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์’ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของท่าน

“คุณหมอสงวนได้ต่อสู้ในเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพของคนไทยมาโดยตลอด เนื่องจากท่านเป็นคนรุ่นเดือนตุลาคมที่เรียกร้องประชาธิปไตยและความเสมอภาค และพยายามผลักดันให้คนไทยไม่มีความเหลื่อมล้ำทางด้านสุขภาพ” วิไลลักษณ์ วิสาสะ สปสช. พูดถึง นพ.สงวน

ด้วยคุณูปการมากมายที่คุณหมอสงวนทำไว้ ซึ่งไม่ได้มีเพียงเรื่องระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้กลุ่มแพทย์ชนบทและผู้เคยร่วมงานกับท่าน ยกย่องท่านว่าเป็น ‘รัฐบุรุษแห่งวงการสาธารณสุขไทย’

ดร.ทักษิณ ชินวัตร

ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลไทยรักไทย ที่นำแนวคิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาดำเนินการจริง คุณทักษิณตื่นเต้นกับเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่คุณหมอสงวนเสนอมาก และกระตือรือร้นอยากทำให้สำเร็จ แม้ไม่ค่อยมีใครเห็นด้วย

“ดร.ทักษิณผลักดันเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคในพรรคอย่างเอาจริงเอาจัง แม้ว่าผลโพลยังออกมาเหมือนเดิมคือ ประชาชนไม่คิดว่าสุขภาพเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญของชีวิต

“เมื่อมีการคัดเลือกนโยบายหลัก 3 เรื่องเพื่อชูในการหาเสียง ดร.ทักษิณสรุปในที่ประชุมของคณะรณรงค์เลือกตั้งให้ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็น 1 ใน 3 นโยบายหลักของพรรคควบไปกับพักหนี้เกษตรกร 3 ปี และกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ท่ามกลางเสียงไม่เห็นด้วยและงุนงงของแกนนำพรรค

“การเดินสายปราศรัยหาเสียงระหว่างรณรงค์เลือกตั้ง ดร.ทักษิณประกาศนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในทุกเวทีด้วยความหลงใหลและมั่นใจ

“ในเวทีปราศรัยแห่งหนึ่ง นักการเมืองอาวุโสบอก ดร.ทักษิณว่า ‘อย่าพูดเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเลย มันเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้หรอก’ แต่ ดร.ทักษิณยังคงกล่าวปราศรัยเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคอย่างออกรส มีคนเล่าให้ผมฟังว่า นักการเมืองท่านนั้นต้องคอยสะกิดเตือนด้านหลังตลอดเวลาให้หยุดปราศรัยเรื่องนี้” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เคยโพสต์เฟซบุ๊กเล่าไว้

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ เป็นผู้พา นพ.สงวนมานำเสนอเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2542 และผลักดันนโยบายนี้ แม้รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยาก

หมอเลี้ยบเห็นว่าคนในพรรคไม่มีใครสนใจนโยบายนี้ จึงขอจัดอภิปรายเรื่องนี้ภายในพรรค เพื่อไม่ให้นโยบายนี้ต้องแท้งไปก่อนเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้ง ไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล หมอเลี้ยบได้เป็น รมช.สาธารณสุข และพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ เกิดขึ้นจริง

“ผมก้าวเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขด้วยภาระที่แบกไว้หนักอึ้ง ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่า นโยบาย ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ที่ขอฉันทานุมัติมาจากประชาชนผ่านการเลือกตั้งในปีนั้น เป็นความท้าทายเกินกว่าที่คนในวงการสาธารณสุขไทยและองค์การอนามัยโลกจินตนาการไปถึงและทำใจให้ยอมรับได้

“นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์บอกผมหลังทราบผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งพรรคไทยรักไทยชนะถล่มทลายว่า ‘เรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องค่อยๆ ใช้เวลาดำเนินการ กว่าทุกอย่างจะพร้อมต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี’

“ผมตอบกลับพี่สงวนว่า ‘เป็นไปไม่ได้ เวลา 2 ปีนานเกินไป ประชาชนเฝ้ารอนโยบายนี้ที่เราประกาศไว้ และผมเชื่อว่า ถ้าเราทำช้า แรงเสียดทานทางการเมืองอาจหนักจนต้านทานไม่ไหวผมขอใช้เวลาเพียง 1 ปี และเราต้องช่วยกันเร่งรัดให้เร็วที่สุด’

“พูดตรงๆ ผมบอกพี่สงวนไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ ในใจ ผมได้แต่ปลอบใจตนเองว่า ทำให้เต็มที่เถอะ สำเร็จหรือไม่อยู่ที่โชคชะตา” คือคำบอกเล่ารำลึกความทรงจำที่หมอเลี้ยบเคยโพสต์ในเฟซบุ๊ก

นพ.มงคล ณ สงขลา

นพ.มงคล ณ สงขลา ปลัดกระทรวงสาธารณสุขในปี 2544 เป็นผู้สนับสนุนและให้ความมั่นใจกับรัฐบาลว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นไปได้

หมอเลี้ยบเคยโพสต์เฟซบุ๊กถึง นพ.มงคล ว่า “ถ้าปี 2544 ปลัดกระทรวงไม่ได้ชื่อนายแพทย์มงคล ณ สงขลา การขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ย่อมยากเย็นแสนเข็ญ เหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น และอาจไม่สามารถปักหลักมั่นคงจนเป็น ‘ความทะเยอทะยานครั้งสำคัญของมนุษย์’ อย่างที่ชื่นชมกันไว้”

หมอเลี้ยบเล่ารายละเอียดอีกว่า “เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลในรัฐสภาสิ้นสุด ผมเข้าทำงานในกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ

“หลังพิธีการสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง อาจารย์มงคลเอ่ยปากขอคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานของปลัดกระทรวง

“ทันทีที่เริ่มคุยกัน อาจารย์มงคลหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วบอกว่า ‘ผมสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และจะผลักดันนโยบายนี้อย่างเอาจริงเอาจัง….’ อาจารย์มงคลเว้นระยะสักครู่ ก่อนเอ่ยต่อว่า ‘ผมเตรียมนำร่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคใน 6 จังหวัดคือ สมุทรสาคร ปทุมธานี ยโสธรนครสวรรค์ พะเยา ยะลา และพร้อมเริ่มเลยในวันที่ 1 เมษายน’

“ประวัติศาสตร์ของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงผลงานของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เท่านั้น แต่สมควรจารึกไว้ว่า นายแพทย์มงคล ณ สงขลา มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน”

นี่คือ 4 บุคคลในประวัติศาสตร์สาธารณสุขเมืองไทยที่เราควรจดจำ จริงอยู่ที่บุคคลเหล่านี้อยู่ในยุคหลัง ไม่ได้เป็นผู้วางรากฐานการแพทย์และสาธารณสุข แต่พวกเขาเป็นผู้ขยายฐานที่มีอยู่ให้ ‘รองรับ’ คนทุกคนอย่างแท้จริง

อ้างอิง:
เฟซบุ๊ก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
ภาพ: เว็บไซต์ สปสช., เฟซบุ๊ก ดร.ทักษิณ, เฟซบุ๊ก นพ.มงคล และเฟซบุ๊ก นพ.สุรพงษ์